[Social Update/ENG] Yoon Eun Hye in The Aura Princess Event by Artistry at Siam Paragon, BKK

((Photo Credits as captured! Don’t capture without credits, please!))

27 April 2012, Yoon Eun Hye came to Thailand for Official Presenting ‘Aura Princess’ for latest product of Artistry Thailand.

I can’t attend this event because of my preparing for RSU admission. I captured and compiled some photos from ‘Instagramers’ and another tweeples who attended this event.

Tomorrow, 28 April 2012 4.30PM-8.30PM , She will have fanmeeting “ํY Me” at the Impact Arena, Muang Thing Thani, Thailand. If you are Yoon Eun Hye’s Warriors staying in Thailand (she calls her fans by this name.), the cost of ticket you can buy for attending is only 150 baht. There is mini concert from “Paradox” (the famous Thai Band), too.

Credit:
Info via Artistry Thailand, Tanasap, @AnnCoffeelover
Photos via _AsianDelight, jutimajeab, suebsai_s, captain_kook, blizzard_annz, soft_soft, ja_daokrajai, tokkyotaku, minekaeul

PS. allow to publish this content on Yooneunhye.net link

Posted in Entertainment & Art | Tagged , , , , , , | Leave a comment

รวมพลคนรัก “BlackBerry” ในงาน “BlackBerry Thailand’s Biggest Fan Party 2012″

20120317-033118.jpg

BlackBerry Facebook Thailand เอาใจแฟนๆสาวก BlackBerry เมืองไทยด้วยการจัดปาร์ตี้แบบ Exclusive ที่โรงแรม Renaissance โรงแรมหรูย่านราชประสงค์ ซึ่งงานนี้ได้เกิดขึ้นเพื่อให้บรรดาสมาชิกแฟนเพจของ BlackBerry Facebook Thailand ได้มาพบปะสังสรรค์ ทำกิจกรรมร่วมกัน รวมไปถึงการรวมตัวของเหล่า “BB-rista” ที่งานนี้มากันเต็มห้องสตูดิโอตั้งแต่งานยังไม่เริ่มเลยทีเดียว

20120317-040859.jpg

ก่อนงานเริ่ม มีการให้ผู้ร่วมงานลงทะเบียนโดยใช้ BlackBerry แอด Pin สแกน QR Code อีกทั้งยังมีกิจกรรมหน้างานจาก AIS ด้วยค่ะ

20120317-041050.jpg

อาหารการกิน อย่าได้พูดถึง! เพราะแน่นเต็มสตรีม ตั้งแต่ของหนักเช่น เบคอน ไปจนกระทั้งของหวานเบาๆ อย่างเช่นคุกกี้ เค้ก บิสกิต … ที่กล่าวมาทั้งหมด บีก็ได้แต่มองและถ่ายรูปมานะคะ เพราะทานไม่ได้เนื่องจากต้องเคร่งครัดมีวินัยในการลดความอ้วนค่ะ (ก็ตอนนี้น้ำหนักลดลงมา 3 กิโลเหลือ 45 ใน 11 วัน แถมสัดส่วนลดลงมาประมาณ 1.5-2 นิ้ว ต้องห้ามใจให้ไหวจริงๆค่ะ ฮาๆ)

20120317-041139.jpg

ภายในงานนี้ บีได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณ Sue-Anne Chng ซึ่งเป็น Social Media Marketing Manager ของ Research In Motion Singapore บีตื่นเต้นมากซะจนพูดผิดๆถูกๆ และที่น่าตื่นเต้นกว่าคือเธอถามหนูบีเรื่องตำแหน่ง PR บีจึงได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนนามบัตรและเล่าถึงการทำงาน PR ของ CTKDecor ให้ฟัง ส่วนอีกท่านหนึ่งที่บีได้มีโอกาสร่วมพูดคุยด้วยก็คือคุณเป้า-ปองปรัชญ์ จากการแนะนำโดยพี่เอิร์ธ-จิรัส ค่ะ นับว่าเป็นโอกาสที่ดีมากๆครั้งหนึ่งในช่วงเวลาการทำงาน ณ ที่แห่งนี้ ทำให้รู้สึกว่าตัวเรายิ่งอยู่ใกล้ BlackBerry ขึ้นมาอีกหนึ่งก้าวค่ะ :)

20120317-041346.jpg

กิจกรรมภายในงานมีให้ผู้ร่วมงานร่วมกันเล่นเกมส์ ชิงของรางวัล (ซึ่งแน่นอนค่ะว่ามีการแจก BlackBerry ให้ผู้ร่วมงานถึง 3 เครื่อง) รวมไปถึงอัพเดทนวัตกรรมใหม่ๆที่น่าสนใจของ BlackBerry คุยกันผ่าน Hashtag “#BBTHParty” เพื่อให้คนที่ไม่ได้มาร่วมงานได้ซึมซับบรรยากาศแบบอิจฉาเล่นๆ และปิดท้ายปาร์ตี้ด้วยดีเจสาวสวย! (สวยจริงจัง เชื่อเถอะค่ะ! Blogger หลายท่านน้ำลายหกไปตามๆกัน ฮาๆ)

งานนี้ขาดคนนี้ไม่ได้เลยเพราะงานจะไม่สนุกเท่าที่ควร (บีขอชื่นชมผู้จัดงานในส่วนนี้ค่ะ) นั่นคือ “ดีเจเอกกี้” พิธีกรและดีเจจาก A-Time Media ซึ่งมาทำหน้าที่เป็นพิธีกรในงานปาร์ตี้งานนี้ หนูบีเชื่อว่่าคนๆนี้ทำให้ผู้ร่วมงานรู้สึกสนุกไปตามๆกันตั้งแต่เริ่มต้นจนจบงาน บีเชื่อว่าคนอื่นๆก็รู้สึกคล้ายกันกับบีค่ะ

20120317-041447.jpg

งานนี้ได้เจอพี่หยก @yokekung พี่โบ๊ท @jetboat26 พี่เอิร์ธ @jiraz หลังจากที่ไม่ได้เจอเลยสักระยะหนึ่ง รวมไปถึงการได้พบกันครั้งแรกกับพี่บี @beewooods ด้วย บีรู้สึกดีใจมากๆค่ะ

20120317-041915.jpg

ใครที่ใช้ BlackBerry อยู่ขณะนี้ ก็สามารถกด Like เพื่อติดตามข่าวสารได้ที่ Official Fanpage ของ BlackBerry Facebook Thailand

เก็บตกภาพบรรยากาศจากกล้องพี่เอิร์ธ Jiraz.com ค่ะ

Posted in IT & Gadgets | Tagged , , , , , , | 2 Comments

เมื่อต้องไปทานอาหารยุโรปเป็นครั้งแรก

มีใครเป็นเหมือนกันหรืิอเปล่าคะ ถ้ามีใครสักคนชวนไปดินเนอร์ด้วยอาหารสุดหรู แต่อาหารมื้อสุดพิเศษมื้อนั้นไม่ได้เป็นอาหารที่คุณคุ้นเคย และหนึ่งในอาหารที่หลายๆคนไม่คุ้นเคยนั่นก็คือ “อาหารยุโรป” นั่นเอง ใครที่ไม่เคยเข้าร้านอาหารยุโรปอย่างเป็นจริงเป็นจัง หรืออีกไม่กี่วันจะต้องมีนัดทานข้าวกับผู้ใหญ่ หรือแม้แต่ดินเนอร์พิเศษกับแฟนของคุณ วันนี้มี Trick เล็กๆ หลักเกณฑ์แบบไม่ลับมาฝากเพื่อเป็นการซักซ้อมกันก่อนว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรบนโต๊ะอาหารยุโรปค่ะ จะได้ไม่เขิน!

ก่อนอื่น มารู้ถึง “ข้อที่ไม่ควรทำหรือห้ามทำอย่างเด็ดขาด” กันก่อนนะ

1. อาหารยุโรปจะมีีซุปนานาชนิดให้คุณเลือกดื่ม แต่สิ่งสำคัญคือ “ห้ามส่งเสียงดังขณะดื่มซุป” เสียงซวบซาบ … ไม่ควรมีอย่างเด็ดขาดค่ะ

2. อาหารยุโรปบางอย่างจะมีให้ทานขนมปังด้วย แต่ประเด็นคือ “อย่าเอาขนมปังจิ้มกับซุป” นะคะ มันจะไม่งาม :)

3. ถ้าทานอาหารฝรั่งเศส (จะว่าไป ข้อนี้อาจรวมถึงอาหารยุโรปด้วยนะคะ) “อย่าเอ่ยปากเรียกบริกรเพื่อขอเครื่องปรุงหรือใส่เครื่องปรุงเพิ่มเติมลงในจานอาหารโดยเด็ดขาด” … ยกเว้นเกลือและพริกไทยซึ่งวางอยู่บนโต๊ะอยู่แล้ว

4. คนฝรั่งเศสใช้มีดและส้้อมในการทานอาหารเกือบทุกอย่าง แม้กระทั่งเฟรนช์ฟรายด์ ดังนั้น “อย่าใช้มือหยิบอาหารเข้าปากโดยเด็ดขาด”… ส่วนหลักการถืออาวุธ

Table set

Credit : dumenu.com

ในการทานอาหาร สำหรับคนไทยแล้ว จำไม่ยากเลยค่ะ ปกติแล้ว คนไทยจะถือส้อมด้วยมือซ้าย ก็ถือมือซ้ายไปเลยค่ะ เพียงแต่เปลี่ยนช้อนเป็นมีดในมือขวาเท่านั้นเอง

ข้อห้ามหลักๆก็มีเท่านี้ ส่วน“ข้อที่ควรทำบนโต๊ะอาหารยุโรป” มีดังต่อไปนี้ค่ะ

1. “จานขนมปังอยู่ฝั่งซ้ายมือเสมอ แก้วน้ำอยู่ทางขวา” แต่ถ้าเป็นอาหารฝรั่งเศส เขาจะเสิร์ฟขนมปังไว้บนผ้าปูโต๊ะ วิธีการทานขนมปังที่ถูกต้องคือ บิขนมปังด้วยมือ แล้วทาเนยตรงชิ้นที่เข้าปาก และเมื่อใช้มีดป้ายขนมปังเสร็จแล้ว ต้องวางคืนไว้ที่จานขนมปัง

2. อุปกรณ์สำหรับการทานอาหารยุโรปมันจะมากมายก่ายกองจริงๆ จำง่ายๆแค่ว่า “ใช้สิ่งคุ้นเคยจากนอกเข้าใน” เรียงตามนี้ค่ะ “ช้อน ส้อม มีด จากนอกสุดเข้าหาในสุดเสมอ”

3. การรับประทานซุปด้วยช้อนซุป ควรตักซุปออกจากตัว และรับประทานซุปทางด้านข้างของช้อน แต่ถ้าเป็นซุปใสที่ใส่ถ้วยที่มีหู เราสามารถยกถ้วยซุปดื่มได้เลยค่ะ

4. คุณรู้หรือเปล่าว่าคนอังกฤษกับคนอเมริกันทานมีวิธีการทานสเต็กที่ต่างกันค่ะ โดยคนอังกฤษนิยมตัดเนื้อหรือสเต็กรับประทานทีละชิ้น แต่สำหรับคนอเมริกันจะหั่นเนื้อในจานจนหมด แล้ววางมีดไว้ด้านบนของจาน จากนั้นเปลี่ยนมาถือส้อมด้วยมือขวาส่งอาหารเข้าปาก … สำหรับประเทศไทย เรานิยมรับประทานตามแบบคนอังกฤษค่ะ

5. อาหารยุโรปประเภทสปาเกตตี หรืออาหารที่มีเส้น “ใช้ส้อมม้วนเส้นแล้วส่งอาหารเข้าปาก”

หลักการหลักๆ 9 ข้อนี้ สามารถนำไปใช้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เมื่อต้องไปทานอาหารยุโรปเป็นครั้งแรก แต่ถ้าพอมีเวลาและรู้มาก่อนว่าจะต้องมาเจอะเจอ ทางที่ดี คุณควรลองไปสัมผัสด้วยตัวเองก่อน หรือจะชวนเพื่อนที่พอมีประสบการณ์ช่วยแนะนำ อาจจะพาเขาให้เขาช่วยซักซ้อมมารยาทบนโต๊ะอาหารหรือแนะนำชื่ออาหารต่างๆ เพื่อความพร้อมที่ดีที่สุด

ขอให้อร่อยกับอาหารยุโรปมื้อพิเศษมื้อนี้นะคะ :)

ขอบคุณข้อมูลจาก 10PM Free Magazine

Posted in Eat Ate Eaten | Tagged , , , | Leave a comment

My personal diary : My Secret Valentine

ก่อนที่จะเริ่มไดอารี่ในวันนี้ ต้องขอพูดประโยคนี้ก่อนเลย “ขอบคุณ” ขอบคุณคนเหล่านั้นที่ทำให้ชีวิตมีสีสัน และต้องขอบคุณสื่อกลางที่ทำให้เราทั้งหมดมารู้จักกัน

หลายๆคนคงยังจำ Mushroom Lover ตอน Valentine and loneliness ได้ใช่ไหมคะ มันมีแรงบันดาลใจอยู่เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับดอกไม้ค่ะ ก่อนที่ภาพวาดนั้นจะถูกเขียนขึ้นมา อยู่ๆก็คิดแผลงๆ อยากเซอร์ไพรส์คนๆหนึ่งแต่ก็คิดไม่ออกเลยว่าจะทำยังไง อีกอย่างหนึ่ง ในวันวาเลนไทน์ บีต้องทำงานติดตั้งบูธซึ่งเป็นหนึ่งในงานสำคัญๆในรอบปีของ CTKDecor เรียกได้ว่ายุ่งมากจนแทบหาเวลาออกนอกเส้นทางไม่ได้เลย จนกระทั้งมาเจอแฟนเพจอยู่หน้าหนึ่ง เป็นร้านขายดอกไม้ มีลูกค้ามาติดต่อเยอะมาก เพราะเป็นช่วงเทศกาลวาเลนไทน์ ใครๆก็ต้องรีบมาสั่งดอกไม้ … “ก็คงจะได้เท่านี้แหละ” เลยจัดการนั่งเลือกแบบดอกไม้อยู่นานสองนาน

การตัดสินใจที่คิดจะส่งดอกไม้ ยังพอตัดสินใจได้ง่าย แต่ความคิดที่ตัดสินได้ยากกว่ามากคือ “จะส่งให้เขาจริงหรอ แล้วส่งทำไม เป็นอะไรกับเขา?” จำได้ว่าหลังจากเลือกแบบดอกไม้แล้ว ลงชื่อผู้รับผู้ส่งเรียบร้อยแล้ว บีใช้เวลากดปุ่ม “ยืนยัน” ไปประมาณเกือบครึ่งชั่วโมง เพราะมัวแต่นั่งถามตัวเองด้วยคำถามนั้นซ้ำไปซ้ำมา แต่แล้วใจก็สั่งสมองให้กด “ยืนยััน”

หลังจากรับเมลล์ยืนยัน รายการ รวมถึงยอดค่าใช้จ่าย ก็ยังคงไม่คิดอะไร จนกระทั่งทำทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้ว กลับมานึกขึ้นได้ว่า “ปกติ วันอังคาร จะไม่มีใครอยู่บริษัท นอกจาก รปภ. นี่หว่า” …. ในใจ คิดไปไกลมากค่ะ เพราะสถานที่นัดส่งดอกไม้ช่อนี้คือบริษัทที่เขาทำงาน แถมยังส่งตอนเที่ยง ซึ่งยิ่งเสี่ยงหนักกว่าเดิมที่เขาจะไม่ได้อยู่รับดอกไม้ (ดอกไม้ของเราเป็นหมันแน่แล้วสินะ -..-)

แต่เรื่องนี้เราตั้งใจเก็บเป็นความลับจนกว่าจะถึงวาเลนไทน์ จะโพสถามใครก็กลัวว่าเดี๋ยวเขาหรือคนรอบตัวจะรู้ก่อน เลยเก็บไว้ในใจเป็นความกลัวมาตลอดตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา พยายามจะเก็บเป็นความลับ แต่ด้วยความที่ตื่นเต้นมาก เลยเผลอลงรูปตัวอย่างดอกไม้ไว้ในเฟสบุ๊คของตัวเอง และใน my365 แต่ยังคงไม่พอ คุยกับน้องแฟนคลับพี่ริทก็เผลอเปรยๆออกไปบ้างเล็กน้อย แต่ก็ทำให้หายกลัวไปนิดนึงนะ

20120215-044832.jpg

ว่าแต่ทำไมถึงกลัวพลาดขนาดนั้น?? … เพราะปีที่แล้ว ของที่เราตั้งใจทำไว้ … ยังไม่ได้ให้เลย! เพราะเป็นช่วงที่พี่เขาเปลี่ยนที่ทำงานพอดี แถมตั้งใจจะส่งบราวนี่ไปให้เขาและพี่ๆที่ทำงานกับเขา ก็ดันต้องเปลี่ยนแผนเพราะวันที่แผนจะได้ทำดันเป็นวันที่เขาไปทำงานที่ใหม่พอดี (เจอแจ๊กพอตเลยเรา – -”)

และแล้ว … วันวาเลนไทน์ก็มาถึงจนได้

บีไม่ได้นอนเลยตั้งแต่กลางคืน เพราะมัวนั่งทำ iMovie อยู่ จนถึงเวลานัดปลุกคนในบ้านแล้วไปโรงงานเพื่อเตรียมของไปตั้งบูธงาน Life Comes Home ออกไปพร้อมรถขนส่งจนถึงพารากอน ก็อย่างว่า วันวาเลนไทน์ไม่ใช่วันหยุดสำคัญ เราก็ยังต้องทำงานกันอยู่ มีเวลาไปไหน ทำอะไรแบบใครๆได้ล่ะ (สวีทเหรอ? เลิกคิดไปเลย หมดเวลา!) จนกระทั่งงานส่วนของบีเสร็จแล้ว เลยส่งต่องานให้ทีมติดตั้งต่อไป (เรียกได้ว่าเสร็จสมบูรณ์ก็อาจจะ 6 โมงเช้าของอีกวันมั้งคะ) แต่แล้วบีก็ถึงกับขำและยิ้มๆเลยค่ะเพราะเขาได้รับดอกไม้แล้ว!

“ใครส่งดอกกุหลาบมาให้ ปรากฎตัวด่วน!” คนส่งอย่างเราก็ยิ้มสิคะเพราะภารกิจสำเร็จ!!!! และที่เขาไม่รู้ว่าใครส่งมา เพราะบีสั่งกำชับกับคนส่งไว้เลยค่ะว่า “ไม่ต้องเขียนชื่อลงไปนะคะ ไม่อยากให้เขารู้ว่าใครส่ง” (55555+)

“ไม่เอาอะ ยังไม่บอกดีกว่า ปล่อยให้งงต่อไป”จากนั้นจึงแอบไปส่องเฟสของเขาก็ได้คำตอบว่าเจ้าตัวงงอยู่ แต่ก็ถ่ายรูปคู่กับช่อดอกไม้แล้วโพสไว้ ซึ่งเราก็ไม่พลาดที่จะเซฟไว้แล้วโพสใน Social media ตัวอื่นที่เขาไม่มี (ก็คนมันตื่นเต้นอะ! ลงทุนและทุ่มทุนสร้างมากอะครั้งเนี้ย เรียกได้ว่าในชีวิตที่ผ่านมา 20กว่าปี สั่งดอกไม้ให้คนสำคัญมา 3 ครั้ง ช่อดอกไม้ช่อนี้เป็นช่อที่คิดแผนหนักสุด ลงทุนสุดๆ ไม่สำคัญมากก็ไม่ทำขนาดนี้อะค่ะ >_

เวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง บีพักผ่อนเตรียมจะนอนแล้ว ทันใดนั้นก็มี LINE จากพี่นาค่ะ ผลก็คือ “บีตกเป็นผู้ต้องสงสัยดอกกุหลาบปริศนาช่อนั้น” (งานเข้า!!!!) ตอบบ่ายเบี่ยงอยู่นั่นแหละ “ยุ่งมาก บีไม่มีเวลาหรอกค่ะ” (เขินนี่) แต่พอทราบมาว่าเจ้าตัวดีใจที่ได้รับ บทสรุปของการตามหาคนส่งก็คือบียอมรับค่ะ (ใจอ่อนอะ! 555+)

สิ่งที่ทำให้ช็อกต่อมาคือมี LINE ของคนๆนั้นส่งมา “ขอบคุณสำหรับดอกไม้นะครับ” บีก็ช็อกสิคะ ตอบไปได้ยาวมากว่า “ค่ะ” (- -”)

อะ … ไหนๆ เขาก็รู้แล้ว ก็โพสลง Instagram และ Snapeee ทันที ผลตอบรับของดอกไม้ช่อนั้น นอกจากคนรับดีใจ คนให้รู้สึกปลื้มปริ่มแล้ว คนที่ไม่ได้ดอกกุหลาบก็พูดกันเยอะแยะ ทั้งอิจฉาบ้าง อยากได้บ้่าง เรียกได้ว่าผลเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้จริงๆค่ะ อิอิ (แต่เรานี่ก็แสบใช่ย่อยนะ เพราะตอนแรก follow พี่นาใน Snapee แต่กลัวแผนแตกเลยต้องกด Unfollow ไปก่อน โอ๊ยยยย ตาย! คิดได้!)

ผลตอบรับของดอกไม้ช่อนั้น ไม่ได้สิ้นสุดแค่นี้ค่ะ … มันเดินทางไปได้ไกลกว่านั้น!

เข้าสู่เวลากลางคืน เราได้มานั่งอ่านบทสนทนาอีกครั้ง จึงได้ถามกลับไปถึงโมเมนต์แรกที่ได้รับดอกไม้ช่อนั้น เพราะด้วยความที่เราเดาไม่ออกเลยว่า ณ เวลานั้น เขาจะทำหน้ายังไง แล้วเขาดีใจจริงๆหรอ? คุยไปคุยมา นอกจากจะได้คำตอบแล้ว บียังได้คุยกับพี่นาแบบ “ไม่กั๊ก” (จะว่าคุยแบบผู้หญิงด้วยกันก็ได้นะคะ) เหมือนตัวเองได้นั่งย้อนอดีตไปเมื่อตอนที่ยังไม่รู้จักกัน

1 ปีที่ผ่านมา มันเกิดเรื่องราวต่างๆเยอะมาก มากจนเมื่อมีใครสักคนมาถามว่าจุดเริ่มต้นของเรื่องๆนี้มาจากไหน ทำไมถึงเกิด บีกลับไม่สามารถหาเหตุผลหรือคำตอบได้ว่าทำไม บีได้แต่ตอบว่า “บีไม่รู้เหมือนกัน บีก็ตอบไม่ได้” ปกติแล้ว ก็ไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของบีอยู่แล้ว บีเคยอยากเล่าให้ใครสักคนฟัง แต่ก็ไม่มีใครที่พอจะไว้วางใจในเรื่องแบบนี้ที่เราจะสามารถเล่าให้เขาฟัง แต่คืนนี้ บีกลับเล่าหลายๆอย่างที่มันเกิดขึ้นซึ่งบีก็ไม่เคยเล่าให้ใครฟังมาก่อน มันเหมือนได้ปลดปล่อยความรู้สึกอึดอัดได้จริงๆ ถึงมันจะไม่ทั้งหมด แต่เรารู้สึกตัวเบาลงไปมากเพราะคนที่รับฟังเราอยู่นั้น เขาเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ

สิ่งที่ไม่คิดว่าจะเกิดก็คือเขายังหอบดอกไม้ช่อนั้นมาให้พี่นาดู ซึ่งบี “ตกใจมาก” ค่ะ

บีคิดกับตัวเองมาตลอดว่าเราเป็นคนนอก ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน คุยก็แทบจะนับพยางค์ได้ เจอกันแต่ละทีเรียกว่านับเป็นนาทีก็คงทำได้ แทบจะไม่รู้จักกันพูดอย่างนี้ยังพูดถูกเลย … บีต้องคิดใหม่ ทำใหม่จากความจริงที่บีได้รู้แล้วตกใจและดีใจไปพร้อมๆกันนี่แหละค่ะ

การที่เราจะมอบคุณค่าให้ใครสักคน ใครคนนั้นต้องมีความดีและคุณค่าพอที่จะได้รับ ซึ่งความรักก็ใช้หลักข้อนี้เหมือนกัน ณ วันนี้ ถึงบีจะรู้อะไรหลายๆอย่าง และมีคนภายนอกที่พยายามจะผลักความคิดให้บีมองเขาในแง่ไม่ดี บีไม่เคยเชื่อคนอื่นนอกจากความรู้สึกที่เราสัมผัสได้ ซึ่งความรู้สึกนี้ ใครก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น จะเรียกว่ามันคือการฝังใจก็คงจะถูก มันต้องผ่านอุปสรรคหลายๆอย่าง จนกระทั่งทุกวันนี้ บีมักจะพูดเสมอเมื่อมีคนพูดในทางไม่ดีว่า “คุณมีแรง คุณพูดไปเถอะ เราได้ก้าวข้ามจุดๆนั้นของความคิดมาแล้ว”

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม มีบ้างที่เคยรู้สึกท้อ แต่เมื่อมานึกถึงสิ่งดีๆ คุณค่าที่ยากจะเกิด เรื่องราวดีๆที่ผ่านมาสามารถเอาชนะได้ทุกอย่าง ตอนนี้เวลานึกถึงเขา เราจะทำตัวสบายๆ ไม่รู้สึกอะไร เพราะแค่ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ความรู้สึกที่เดินทางมาจนถึงวันนี้ มันชนะทุกอย่างแล้ว

เพราะเขานี่แหละที่ทำให้มีความรู้สึกแปลกๆที่ว่า “เคยเจอใครสักคนไหมที่เขาสามารถทำให้เราไม่คิดถึงความรักแบบหวานๆเมื่อเจอคนอื่น” โดยที่ไม่คาดหวังผลลัพธ์อะไร ไม่คาดหวังอนาคต แค่ทำทุกวันนี้ให้ดี พอแล้ว

วันนี้เป็นวันที่สำคัญมากวันหนึ่งของชีวิต เป็นวันที่รู้อะไรหลายๆอย่าง และทำให้เรารู้ว่าเราต้องปรับตัวเสียใหม่ … ขอบคุณทวิตเตอร์ที่ทำให้บีมาเจอคนที่ดี ควรให้คุณค่า คนที่เข้าใจในเรื่องที่ยากจะเข้าใจ คนที่นำพาให้เรามีความหวังที่จะทำสิ่งดีๆให้คนอื่น บีจำได้ว่าหลังจากแยกย้ายกันออกจาก LINE บีนั่งลงตรงบันได เอียงคอพิงราวบันไดแล้วนั่งร้องไห้ … ไม่ได้เสียใจนะ ไม่เสียใจอะไรเลยที่ทำลงไปในวันนี้ หรือจะรู้อะไรมากขึ้นในวันนี้ แต่เป็นการร้องไห้ที่เปื้อนยิ้มนะคะ ไม่มีความรู้สึกที่เศร้าแต่อย่างใด

“ในบรรดาคนทั้งโลกที่ถูกแบ่งเป็น 10 ส่วน จะมีคนที่คุยและคบกับใครได้ง่ายๆอยู่ 4 ส่วน แต่จะมีคนที่ใส่ใจและเข้าใจอยู่ 2 ส่วน ส่วนหนึ่งจะเป็นคนที่เข้าใจ ใส่ใจ สนใจจริงๆแต่มีสิทธิ์เปลี่ยนแปลงได้เมื่อถูกชักจูง ไม่ก็เป็นคนที่เข้าใจจริงๆไม่เปลี่ยนแปลงแต่อยู่ในสถานะพิเศษหรือไม่ก็เดินทางไปสู่ “ทางสว่างแห่งธรรม” แต่ในอีกส่วนหนึ่งคือคนที่เข้าใจ ใส่ใจ จริงๆ อยู่ในสังคมเดียวกัน หนักแน่นและเขาก็มีสถานะเดียวกันกับเรา … คนเข้าใจจริงๆ หายากนะ”

ในความลับของวาเลนไทน์ที่เราสร้างขึ้นก็ยังคงมีความลับอีกชั้นหนึ่งที่เราไม่รู้ … เหนือความลับยังมีความลับ แต่ที่เหนือกว่าสิ่งอื่นใดของความลับ คือ “ความลับไม่มีในโลก” ซึ่งรอใครสักคนมาเฉลย หรือไม่ก็ตัวเราที่เดินเข้าไปรับรู้เอง เมื่อความลับกระจ่าง คำถามสำคัญมันอยู่ที่ว่า “เราจะใช้ชีวิตควบคู่กับความจริงที่พึ่งรู้มาได้อย่างไร?”

คงไม่ใช่ “คุณ” ที่จะพูดขอบคุณเพียงคนเดียว แต่เราเองก็จะพูด “ขอบคุณ” ครั้งแล้วครั้งเล่่าให้แก่คุณเช่นกัน

Song of the day : Star – 어른아이

Posted in Personal Diary | Tagged , , , , | Leave a comment

Mushroom Lover : Valentine and Loneliness

พอใกล้วันวาเลนไทน์ทีไร จะต้องมีคนจำพวกหนึ่งที่รู้สึกเหงาเป็นเรื่องธรรมดา ใช่สิ! มันเป็นวันของคนที่มีคู่ คนโดดๆอย่างเราๆเวลามองเห็นดอกไม้ในร้านดอกไม้ ชอกโกแลต หรือกิจกรรมคู่รักมากมาย เราก็ต้องมีเผลอคิดถึงใครสักคนที่เราก็อยากจะมอบความรักให้กับเขาบ้าง แต่ปัญหามันอยู่ที่ “ใครคือเป้าหมายของเราล่ะ คือยังหาไม่เจอไง”

20120211-000558.jpg

Valentine? Never Mind! I can be strong. I can be alone.

ไม่เป็นไรหรอก ก็แค่วันๆหนึ่ง เราก็อยู่แบบเหงาๆไปนั่นล่ะ

In Instagram

Posted in Mushroom Lover | Tagged , , , , , | Leave a comment